Travel 101 : Perfect Boarding!, ขึ้นเครื่องครั้งแรก ทำยังไง ให้รอด - KJ's E V E R Y T H I N G

KJ's   E V E R Y T H I N G

A place where I collect the pieces of my memory.

Latest

Home Top Ad

Wednesday, January 15, 2020

Travel 101 : Perfect Boarding!, ขึ้นเครื่องครั้งแรก ทำยังไง ให้รอด

เนื่องมาจากไปเจอกระทู้ในเว็บชื่อดัง มีคนมาถามว่า ขึ้นเครื่องบินทำยังไงคะ ไม่เคยขึ้นเลย เลยรู้สึกว่า เอ๊ะ คนเราก็ต้องมีครั้งแรกเสมอ สมมติตอนนี้เราเชี่ยวชาญแล้ว สักพัก ก็จะมีคนมาถามอีก เพราะจะมีเด็กๆ ที่เพิ่งโต เพิ่งเคยขึ้นเครื่องครั้งแรกเสมอนั่นแหละ


credit : Smart Travel
เริ่มจาก Check-in กันก่อน

การเช็คอินปัจจุบนมีหลายวิธีมาก ตั้งแต่เช็คอินออนไลน์ในเว็บ ล่วงหน้าได้ถึง 72 ชม. หรือ 48 ชม. แล้วแต่สายการบิน เช็คอินที่ตู้ Kiosk ที่สนามบิน หรือจะไปต่อคิวที่เคาเตอร์ก็ได้...เอาเป็นว่า เช็คอินก็ต้องใช้

1. Passport 
- ถ้าเราเช็คที่เว็บไซต์ มือถือ มันก็จะให้กรอกรายละเอียดพาสปอร์ต ถ้าที่ตู้ ก็ให้เสียบพาสปอร์ตเข้าไป ถ้าที่เคาเตอร์ ก็แค่ยืนให้พนักงาน จบข่าว ง่ายๆ.
2. เลข Booking Number ที่ได้ตอนเราจองตั๋ว

ถ้าเราเช็คอินมาก่อน ก็จะรวดเร็วเวลาไปเข้าแถวมาก เพราะเราไม่ต้องต่อคิวยาว เราไปถึงสนามบิน ต้องตามหาแถว A B C D ก่อน ว่าสายการบินเราอยู่แถวไหน ดูในจอก็ได้ เขาเรียงลำดับตามเวลาเครื่องออก

เจอสายการบินแล้ว หากเช็คอินมาแล้ว ก็มองหาป้ายที่เขียนว่า Bag Drop / Web Check-in หมายความว่า เราไปถึงปุ๊ป เดินเข้าไปโหลดกระเป๋า ยืนพาสปอร์ตให้พนักงาน จบ! ชิลล์! ไม่ต้องมารอพนักงานกรอกข้อมูลนานๆ คิวยาวๆ แป๊ปเดียวก็ได้ Boarding Pass มาครอบครอง หรือบางที่มี Self Bag Drop ด้วย คือยกกระเป๋าขึ้นชั่งเอง ติด Tag ที่กระเป๋าเอง เราเคยใช้ครั้งนึง ไม่ยาก แต่จะงงๆ หน่อย ว่าแกะสติ๊กเกอร์ Tag มาติดตรงไหน กลัวกระเป๋าไปไม่ได้ถึง เพราะสายพานสแกนไม่เจอมาก 555 ส่วนใครยังไม่ได้เช็คอิน ก็รีบต่อคิวไปเลยจ้า


เช็คอินมาแล้ว ก็เดินเข้าไปนี้ ไปโหลดกระเป๋า พร้อมถือพาสปอร์ตไปให้เขาด้วยนะ
Credit : The Points Guy
ซึ่งหลายสายการบินเดี๋ยวนี้ ใครเช็คอินออนไลน์ ก็มีบอร์ดดิ้งพาสในมือถือด้วย ถ้าไม่โหลดกระเป๋า ไม่ต้องปริ๊นบอร์ดดิ้งพาส ใช้แสกนโค้ดในมือถือ ก็เดินขึ้นเครื่องไปเลยจ้า

แต่ถ้าไม่มีบอร์ดดิ้งพาส ขึ้นเครื่องไม่ได้นะ เพราะมันคือตั๋วสำหรับผ่านด่านต่างๆ จนเข้าเครื่องได้นั่นเอง



แวะมาที่การโหลดกระเป๋ากันก่อน มาตรฐาน Economy หรือตั๋วถูกนั้น ก็โหลดได้ 1 ใบ น้ำหนัก 23 kg. หรือบางสายการบินก็ 30 kg. หรือไฟลท์ไปญี่ปุ่น จากไทยบางสายการบินได้ 2 ใบ ด้วย ฉะนั้น ไม่มีมาตรฐานของทั่วโลก อ่านรายละเอียดของแต่ละไฟลท์ให้ดีก่อนกดซื้อ และหลังซื้อตั๋วนะคะ

ส่วนกระเป๋าขึ้นเครื่อง มาตรฐานคือ กระเป๋าถือ 1 ใบ กระเป๋าสัมภาระ 1 ใบไม่เกิน 7 หรือ 10 kg. เช่น สมมติมีกระเป๋าลากใส่เสื้อผ้า 1 ใบ เราอาจจะมีกระเป๋าถือผู้หญิงอีก 1 ใบได้ บางคนแอบมีกระเป๋ากล้องสะพาย หรือกระเป๋ษคอมอีกสัก 1 ใบได้อยู่ ที่ไทยก็ค่อนข้างหยวนๆ แต่บางที่ โดยเฉพาะญี่ปุ่น คือห้าม ! คือ 2 ใบที่กำหนดเท่านั้น แถมยังต้องเอามาจับชั่งรวมอีกด้วย ใครเกินก็ต้องเอาออก หรือจ่ายเงินเพิ่ม หรือหลายใบ ก็ต้องยัดๆ รวบๆ ให้จำนวนใบตามที่เขากำหนด

ศึกษาเรื่องกระเป๋ากันให้ดีก่อนออกบินนะ



หลังจาก Check-in ได้ Boarding Pass มาก็เดินตามไปป้ายไปเลยว่า Departure คือขาออก
ใครจะ Domestic ภายในประเทศก็ไปทางนั้น เพราะมันไม่ผ่านตม. ใครไปต่างประเทศ ก็เข้า International ไป ถือบอร์ดดิ้งพาส แนบไปกับพาสปอร์ตในทุกๆ ทีเลยนะ

พอผ่านเข้าไปจะเจอด่านสแกน ทิ้งจ้าทิ้ง !!!! น้ำหรือของเหลวห้ามเกิน 100 ml. ต่อชิ้น หรือถ้าขวดน้ำเขียนว่า 200 ml. มีน้ำอยู่จิ๊ดเดียว ก็โดนทิ้งนะ แต่ถ้าเทน้ำออกหมด เอาขวดเปล่าเข้าไปก็ได้อยู่ในบางประเทศ และพวกของเหลว ของมีคม แก๊ส ของติดไฟ ของอันตราย จับโยนให้หมดจ้ะ ส่วนใหญ่เจอคนลืมคือ ครีม นม น้ำหอม คัดเตอร์ กรรไกร และพาวเวอร์แบงค์

สำคัญมากคือ พาวเวอร์แบงค์ ต้องมีขนาดความจุชัดเจน ถ้าตัวหนังสือเลือนๆ คือที่สุวรรณภูมิเขาจับทิ้งหมดนะ

ด่านนี้ไม่ยาก แค่ถอดของไปสแกนให้หมด แล้วเดินๆ ตามเขาไป จบ 
Credit : CGTN
จากนั้นเราจะมาผ่านตม.เพื่อออกนอกประเทศ ก็ไม่ยากอีกนั่นแหละ ถ้าเป็นแบบคน ก็แค่เดินเข้าไป ยื่นบอร์ดดิ้งพาส กับยื่นพาสปอร์ต เขาก็ดูๆ ปั๊ม ถ้าเป็นแบบ Auto Gate หรือเขาเรียกว่าแบบอัตโนมัติ แต่ว่าก็มีคนเฝ้าอยู่ดี (เปลืองทรัพยากรจัง) ก็เริ่มจาก..

1. เอาพาสปอร์ตสอดเข้าไปสแกน แนะนำว่าถอดปกที่เราใส่ไว้ (ถ้ามี) แล้วดันเข้าไปให้สุดพร้อมกับปกของพาสปอร์ตเลย บางคนเลือกสอดแต่หน้า 2 ซึ่งเป็นหน้าข้อมูล มันจะดันเข้าไม่สุด พอสแกนผ่าน มันจะให้ใส่เลขไฟลท์บิน
2. เราสามารถใส่เลขไฟลท์บิน โดยสแกนบอร์ดดิ้งพาสได้ หรือจะพิมเอาก็ได้ ถ้าใส่เสร็จ ประตูจะเปิด เดินเข้าไปด่านต่อไป
3. ถ่ายรูปจ้ะ มองกล้องด้านบนจ้ะ แต่แอบสูงนะที่สุวรรณภูมิ เงยหน้าเยอะมาก
4. สแกนนิ้ว เอานิ้ววาง ไม่ติดก็ยก แล้ววางใหม่ จริงๆ มันต้องเช็คทำความสะอาดหน่อย แต่เขาไม่ค่อยเช็ค มันเลยสแกนยากนิดๆ
5. ถ้าทำถูกทั้งหมด เดี๋ยวเครื่องมันก็เปิดให้เดินออกไปเองจ้า



ผ่านตม.ไปได้ ก็ได้เวลาช้อปปิ้ง หรือจะไปนั่งพักที่เลาจ์ สำหรับคนมีบัตรสิทธิพิเศษต่างๆ หรือจะหาของกินก็แล้วแต่สะดวก ตอนนี้ทั้งบัตรกรุงศรี หรือ KTC ที่เป็นของ JCB (คือมันมีหลายเจ้านะ ทั้ง Visa, Master Card, American Express แต่จงจำไว้ว่า ให้เลือก JCB) สามารถเข้า Lounge ได้ฟรี ในหลายประเทศฮิต ย่านเอเชีย ไม่ว่าญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ นั่งเล้าจ์กินอาหารได้ หรือพักผ่อนกิจกรรมต่างๆ ของเล้าจ์ได้ สบายบรื๋อ ...เก๋สุด อะไรสุด ลองไปสมัครกันได้จ้า คลิกที่รูปได้เลย สำหรับ KTC ฟรีค่าธรรมเนียมสมาชิกตลอดชีพจ้า 

แต่ก่อนไปช้อปปิ้ง แวะดูหน้าจอเวลาเครื่องออก และ Gate ที่เราต้องไปขึ้นเครื่องสักนิด จริงๆ มันมีในบอร์ดดิ้งพาส แต่เราควรอัพเดทตลอด เพราะมันสามารถเปลี่ยนแปลงได้

ควรเดินไปที่ Gate ก่อนเวลาขึ้นเครื่องสัก 1 ชม. เพื่อรอพนักงานเรียกขึ้นเครื่อง หรือง่ายๆ คือควรขึ้นเครื่องเรียบร้อยก่อนออกสัก 30 นาที ปกติเขาจะแจ้งว่า ถึงเครื่องก่อนเวลาออก 40 นาที บางครั้งก็เลท บางครั้งก็เร็ว ไปถึงคนขึ้นไปหมดแล้วก็มี

ฉะนั้น รีบไปก่อนเวลาไว้ดีที่สุด

พอถึง Gate ก็ไม่ยากแล้ว รอเวลาพนักงานเรียกขึ้นเครื่อง ขึ้นไปนั่งตามเลขที่นั่งระบุไว้บนเครื่องบินเป็นอันจบ


Msig ประกันภัยท่องเที่ยว Travel Insurance

No comments:

Post a Comment