Wander Westcoast 0.1 : ประสบการณ์ขอ Visa อเมริกา เวอร์ชั่น สัมภาษณ์โหด! -- 'ผู้หญิงเที่ยวคนเดียว' - KJ's E V E R Y T H I N G

KJ's   E V E R Y T H I N G

A place where I collect the pieces of my memory.

Latest

Home Top Ad

Tuesday, September 3, 2019

Wander Westcoast 0.1 : ประสบการณ์ขอ Visa อเมริกา เวอร์ชั่น สัมภาษณ์โหด! -- 'ผู้หญิงเที่ยวคนเดียว'



ด้วยบุญบารมีจาก Qatar Airways หั่นราคาเซลล์กระหน่ำเมื่อต้นปีค่ะ เราจึงสบโอกาสจองตั๋วกับเพื่อนไปตะลอนฝั่งตะวันตกถึง 9 วัน (ก็ลางานได้เท่านี้จริงๆ อ่ะ) 

แต่ทว่าลำดับแรกในการไปอเมริกานั้นคือ???

ขอวีซ่า

เราต้องเผชิญการขอวีซ่าแบบ ‘ผู้หญิง’ ‘ตัวคนเดียว’ ซึ่งเราไปเล่าประสบการณ์ในหลายกระทู้มากว่าสำหรับเราคือ 'โดนโหดมากกกกกกกก' แต่ผ่าน!

รบกวนไปศึกษาขั้นตอนการสมัครในพี่กูเกิ้ล หรือกระทู้ Pantip เก่าๆ นะคะ มีเยอะมาก บอกเลยแค่เม้าท์เองก็ยาว ถ้าอธิบายด้วยต้องยาวไปอีก ก็เลย...อย่าดีกว่า ไปอ่านของเขาเถอะ เขาทำไว้ละเอียดมาก


http://pantip.com/topic/35021980


ขั้นตอน 1 - กรอกข้อมูล 
กรอกไปเลยค่ะ เขาอะไรก็กรอกไป ซึ่งขั้นตอนนี้แนะนำว่าให้กรอกเอง 
ถ้ากรอกเองไม่ได้ให้หาคนช่วยกรอก แต่ให้นั่งกรอกไปด้วยกัน
เพราะมันจะมีประโยชน์เวลาเข้าไปสัมภาษณ์ค่ะ


ขั้นตอน 2 - ไปสมัครสมาชิกเวบไซต์ที่ไว้จองสัมภาษณ์ 
สมัครเสร็จ กรอกช้อมูลเสร็จ จะสามารถจ่ายเงินได้ 
ก็ไปจ่ายเงิน จ่ายเสร็จก็กดจองวันสัมภาษณ์ให้เรียบร้อย


ขั้นตอน 3 - ไปสัมภาษณ์ 
ซึ่งก่อนหน้านี้เราควรไปขอหลักฐานนานา มาไว้ก่อน 
และนำไปสัมภาษณ์ด้วย แม้เขาจะไม่ถาม หรือขอดูเลยก็ตาม


*******

ประสบการณ์โดนสัมภาษณ์แบบโหด ถ้าสเกล 1-10 คงสัก 8

เราเข้าไปก็ฝากของอะไรตามปกติ แต่ด้วยคามเสล่อ เราเดินเลยบูทเล็กๆ ที่ไว้เช็ค คอนเฟิร์มคิว ติดพวกรหัสไว้เช็ค EMS ด้านหน้า เราดันเข้าห้องไปเลย ต่อคิวไปถึงช่องแรก ตรวจเอกสาร อ้าว...กลับไปใหม่ค่ะ ไม่ได้ตรวจมา ด่านแรกก็เอ๋อแล้ว

ก็รันตามแถวไปเรื่อยๆ ตรวจเอกสารไป ฟังคนรอบๆ คุยไป จะไปนู่นไปนี่ บางคนก็พานิค พารานอยด์ หวาดกลัวกันไป เราก็เหล่ไปเจอเจ้าหน้าที่กงศุล คนที่คอยแสกนลายนิ้วมือแซ่บค่ะ ยิ้มร่าไปสแกนนิ้วเลย ผ่านไปด้วยดี

พอมาต่อคิวสุดท้าย 'สัมภาษณ์ชี้เป็นชี้ตาย' เห็นคนก่อนหน้าก็มีรอดบ้าง ตายบ้าง บางคนก็สปีคอิงลิชเป็นไฟ เราก็เฉยๆ ไม่ได้หวาดกลัว ไม่ได้รู้ตัวเล้ย สักพักเจ้าหน้าที่สแกนลายนิ้วมือสุดแซ่บคนนั้นก็เปิดช่องใหม่ และเรียกเราไปเผชิญหน้าคนแรกค่ะ ก็เดินยิ้มสยามเข้าไปทันที

เขาถามแค่ ไปไหน ไปกี่คน - เราตอบคนเดียว เพราะตอนแรกที่ไปขอ คือยังเพื่อนยังไม่รู้จะไปไหม ขอก่อนตั๋วเซลล์ออกอีกนะเทอว์ 

(ตอนนั้นยังไม่จองตั๋ว กะไปขอไว้ก่อน เพราะว่าจะไปใน 1 ปีนี้ ซึ่งเราไม่มีหลักฐานตั๋ว โรงแรม หรืออะไรทั้งนั้น)  

เขาถามเคยไปไหนมาบ้าง ก็สาธยายไป พอสาธยายจบเท่านั้นแหละ ผมไม่ให้คุณผ่าน!
เรา What? ทันที ทั้ง  What Why How มาหมดเลย ถามไปเลย ทำไมล่ะ ถ้าไม่ให้ผ่านแล้วจะไปเที่ยวได้ยังไง

เราก็ถอดใจ แต่คิดยังไงไม่รู้ เลยถามไปว่า ถ้าไปคนเดียวไม่ให้ไป แต่ถ้าไปพร้อมครอบครัวคุณจะให้ไปใช่ไหม? คราวหน้ามาขอพร้อมครอบครัวได้ใช่ไหม? เขาบอก ถ้ามาขอพร้อมครอบครัว ผมก็ไม่ให้ เพราะคุณมีเจตนาไม่ดี เราไม่เชื่อคุณแล้ว

What ?????? 

โอโห้ นี่ขึ้นเลย นี่ตรรกะอะไร ก็สาธยายไปเลยค่ะ แล้วถ้าไปเที่ยวที่อื่นได้ 
แต่ฉันจะไปอเมริกาไม่ได้ เพราะไม่ผ่านวีซ่าอยู่ประเทศเดียว บลา บลา บลา 
.... 
....
....
ตอนนั้นคือสติแตก คือสงสัยมากว่าทำไมถึงไม่ให้ แต่คำตอบคือ เพราะผู้หญิงตัวคนเดียว ไม่น่าเชื่อถือ

แต่เขาก็ไม่คืนพาสปอร์ตเรามา เราก็สาธยายถามนู่นนี่กลับ ว่าทำไม ทำมาย ทำม๊ายยยยยยยยยย?? 
เขาก็คลิกคอมไปเรื่อยๆ ถามสิ่งที่เรากรอกไปด้วยค่ะ ซึ่งเราก็ตอบตามที่เรากรอกเป๊ะมาก 
เราถามอีก แล้วทำยังไงถึงจะได้ไป จะเอาหลักฐานอะไรไหม เขาก็ไม่เอาค่ะ กลับถามเราไปเรื่อยๆ 

ก็ตอบหมดทุกคำถามชอบนู่น ชอบนี่ จะไปเที่ยวนี่ หลังๆ นี่เริ่มไทยประโยค อังกฤษประโยค 
เพราะเดี๋ยวเขาก็พูดไทย เดี๋ยวเขาก็พูดอังกฤษ 
คืองงมาก สติแตกไปแล้ว ถ้าเห็นหน้าตัวเองคือต้องเอ๋อมาก

จนสุดท้ายเขาก็บอก โอเค ผมให้คุณผ่าน แต่ถ้าคุณโดด ผมจะเอารายชื่อคุณขึ้น Blacklist ติดประกาศ ฟีลว่าจะประจานฉันให้ถึงที่สุด ...ตอนนั้นคือถอนใจหาย แล้วบอก Thank You ดังมาก ก่อนรับเอกสารเพื่อสำหรับไปยื่นไปรษณีย์คืน มีการยืนยันเขาไปอีก I love my job. ฉันไม่หนีหรอกน่า

แต่พอหันหลังกลับออกมา ช็อคตัวเองนิดหน่อย เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นคือจำไม่ได้ รู้สึกว่าคุยเสียงดังมากแน่ๆ คนรอบๆ ต้องมองด้วยความสนใจ 5555 

ฉะนั้น...ขอยืนยันว่าอเมริกาไม่ได้โหดร้าย ถ้าคุณพร้อม ไปไฟว้สักตั้งเถอะค่ะ


*******


- ใครบอกเงินน้อย เงินไม่พอ ...ไม่ต้องกลัวค่ะ ถ้ามีเงินเดือนประจำ
ถ้าไปเที่ยวแบบไม่กี่วัน (ไม่ใช่ 3-4 เดือน) เงินในบัญชีเงินเดือนเราเหลือหลักหมื่นต้นๆ 
เขาก็ให้ผ่าน ไม่สนใจจะถามหลักฐานด้วยซ้ำ เพราะเรากรอกไปแค่ว่าเงินเดือนเราเท่าไหร่
แต่เราไม่ได้กรอกว่ามีเงินเก็บเท่าไหร่ แต่ว่าพกเสตจเม้นท์เงินเก็บไป เผื่อถาม


- ยังไม่รู้ไปเมื่อไหร่ ก็สุ่มกรอกโรงแรมไปค่ะ 
ปกติหลายคนสงสัย และถามมากกว่าช่อง Contact กรอกอะไร ที่พักกรอกอะไร งั้นเราต้องจองโรงแรมก่อนใช่ไหม?

คำตอบคือ กรอกโรงแรมสุ่มๆ ไปค่ะ Contact ก็โรงแรมนั่นแล แต่เอาเมืองที่คุณคาดว่าจะไปจริงๆ นะคะ 
เพราะเขาถามแน่นอนว่าไปเมืองไหน อาจจะถามด้วยว่าไปทำอะไร ถ้าเที่ยวก็ไม่ยาก บอกไปเลย 
ชอบเมืองนี้ จากหนัง จากทีวี / ชอบธรรมชาติ ก็ว่าไปเถอะ

485*125

- ไปคนเดียวแบบเรา ทำยังไงดี
อืม ช่วยอะไรไม่นอกจากต้องตอบคำถาม ไฟท์ให้ได้ค่ะ ทำให้เขาเชื่อว่าเราจะเที่ยวคนเดียวได้ มีความรู้เอาตัวรอด และจะกลับมา 
เพราะเราเห็นเขาบอกไม่ให้เราไป แต่ก็ไม่คืนพาสปอร์ตสักที ก็ถามๆ ไปเรื่อยๆ ก็เลยสาธยาย ถามนู่นกลับ นี่กลับ ให้เห็นว่าเราต้องไปได้สิ

-  อะไรอีก... ลืม สงสัยอะไรก็ถามละกันนะคะ
.
.
.
.
.
และด่านสุดท้ายก่อนเข้าประเทศ 

ตม.
ขอพูดและย้ำตรงนี้เลยว่า ถ้าหน้าตา ชีวประวัติคุณไม่ได้น่าสงสัยอะไรมาก เขาไม่ถามอะไรคุณหรอก

เรานี่เตรียมตอบคำถามดิบดี ไปถึงปั๊ม ปั๊ม แสกน เซ็นแกรกๆ จบ!

เดี๋ยวนะ ถามหน่อยสิ อยากพูดภาษาอังกฤษ

No comments:

Post a Comment