What's going on 'in US Politics' :: #ประเด็นเก๋ การเมืองหลังทรัมป์รับตำแหน่ง - KJ's E V E R Y T H I N G

KJ's   E V E R Y T H I N G

A place where I collect the pieces of my memory.

Latest

Home Top Ad

Thursday, January 26, 2017

What's going on 'in US Politics' :: #ประเด็นเก๋ การเมืองหลังทรัมป์รับตำแหน่ง


เรียกว่าผ่านพิธีเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของ Donald Trump ไม่ทันไร ก็สร้างเหตุการณ์ได้มากมายเสียจนไทม์ไลน์ไหลปรู๊ดปร๊าด ตามอ่านไม่ทันเลยทีเดียว เคเจที่นอกจากจะติ่งเรื่องบันเทิงแล้ว ยังแอบติ่งการเมืองตามกระแสนิดๆ เลยขอมาสรุปเหตุการณ์การเมืองในประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐฯ ว่ามีอะไรอยู่ในกระแสให้อัพเดทกัน 

#AlternativeFacts 

แค่วันแรกก็เก๋ระเบิดระเบ้อ เมื่อเกิดกระแสคำใหม่ “Alternative Facts” ขึ้นมา สาเหตุจาก Kellyanne Conway ที่ปรึกษาทรัมป์ได้ออกมาพูดว่า Trump's inauguration drew the largest crowd in American history เป็นพิธีครั้งที่คนรวมตัวเยอะที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกัน 
ซ้าย - เมื่อตอน Obama เข้ารับตำแหน่ง // ขวา - ล่าสุด เมื่อทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง
แต่เมื่อสำนักข่าวหรือแม้แต่คนทั่วไปเอาภาพเก่าๆ เปรียบเทียบ Conway เลยออกมาบอกว่ามันเป็นความจริง มันคือ Facts นะเว้ย แต่คือ Alternative Facts ก็เล่นเอาอึ้งกันทั้งบางกับคำตอบแบบนี้ 
เมื่อครั้งสัมภาษณ์ และตอบไปอย่างมั่นใจว่าเป็น Alternative Facts.
ซึ่ง Alternative Facts แท้จริงแล้ว มันก็คือ Falsehood นั่นแหละ เป็นความจริงที่ไม่มีจริง เรื่องโกหกทั้งนั้น ต่อให้มาถามคนทั้งโลกส่วนใหญ่ ก็คงจะพูดไม่ต่างกันว่า 
Alternative facts are not FACTS.
ป้า Kellyanne ก็เลยกลายเป็น meme เก๋ๆ ประจำวันไป



#WomensMarch 

แน่นอนว่าเมื่อทรัมป์ขึ้น พอมีคนไม่ยอมรับ มันต้องเกิดการเดินขบวนประท้วงแน่นอน และการประท้วงอย่างแรกเริ่มต้นขึ้น เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2560 หลังทรัมป์เข้ารับตำแหน่งเพียง 1 วัน โดยมีจุดร่วมกันคือเพศหญิง 

อันเนื่องมาจากตลอดเวลาที่หาเสียงของทรัมป์จนถึงเข้ารับตำแหน่ง จะเห็นถึงทัศนคติด้านลบต่อเพศแม่จากทรัมป์อยู่เสมอ ทั้งด้านความปากเสีย ด่า และเหยียด จนก่อเกิดเป็นการรวมตัวเพื่อแสดงพลังต่อต้านประธานาธิบดีคนนี้ ซึ่งจุดหลักการรวมตัวอยู่ที่ Washington D.C. แต่ก็มีหลายเมืองใหญ่ในอเมริกาเข้าร่วมอย่างจริงจัง รวมถึงต่างประเทศก็ร่วมด้วย อย่าง New York, Boston, Loa Angeles, London, Berlin, Nairobi หรือกระทั่ง Antarctica ก็มีภาพมาแชร์ว่าร่วมชุมนุมกับเขาเหมือนกัน รวมๆ แล้วมากกว่าห้าล้านคนทั่วโลก 
เก๋สุดด้วยการรวมตัวแม่ A-List ของทุกวงการ โดยเฉพาะวงการบันเทิงได้มากราวกับงานประกาศรางวัลยังไงยังงั้น อย่างเช่น แม่ Madonna, Katy Perry ที่ออกตัวแต่แรกว่าสนับสนุน Hilary Clinton, Alicia Keys, Miley Cyrus ที่แชร์ภาพน้ำตาไหลสุดเศร้าตอนทรัมป์ชนะ, Rihanna, Jessica Chastain, America Ferrera ผู้เคยกล่าว Speech กินใจผู้หญิงมาแล้วบนเวทีลูกโลกทองคำ หลังเธอได้รับรางวัลด้วยบท Ugly Betty, Drew Barrymore, Natalie Portman, Scarlett Johansson, Mandy Moore, Jake และ Maggy Gyllenhaal  

งานชุมนุมแบบนี้ ก็ย่อมมีป้ายเก๋ๆ ก๊อปปี้เริ่ดๆ แน่นอน
Cabinet ที่หมายถึงคณะมนตรี โดนล้อกับคำว่าตู้เก็บของไปซะงั้น
ล้อเลียนทรงผมทรัมป์ไปอี๊ก

#WomensMarchisnotforTaylor 

เมื่อเซเลบรวมตัวเป็นข่าวดังแบบนี้ ก็ย่อมมีดราม่าตามมาถึงจะสนุก เมื่อ Taylor Swift ตัวแม่ที่ออกตัวแรงถึงแนวทางเฟมินิสต์ของตัวเองทั้งเพลง การแสดงออก เป็น Idol แห่งเฟมินิสต์ให้เด็กวัยรุ่นอีกหลายคน ออกมาทวีตถึงการชุมนุมครั้งนี้ด้วย ทว่าเทเลอร์กลับพูดแบบกลางๆ ว่านับถือสตรีทุกคนบลาๆ แน่นอนว่าเกิดกระแสตีกลับว่าเธอผู้เป็นเฟมินิสต์ตัวยงทำไมไม่ออกมาชุมนุม แถมยังทวีตแบบไม่เลือกข้าง เรียกว่าเพลย์เซฟตัวเองสุดๆ แล้วจะยังเรียกตัวเองเป็นเฟมินิสต์ได้อีกเหรอ


#PrincessLeia is a new icon 

ตามการชุมนุมต้องมีสัญลักษณ์ของงานเก๋ๆ ไว้แสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่ง Women’s March กำหนดไว้เป็นหมวกสีชมพู วันงานก็หมวกชมพูว่อนท้องสนามหลวง เอ้ย National Mall, Washington D.C. ที่ใกล้ๆ กับที่จัดพิธี Inaugulation นั่นแหละ 
นอกจากหมวกชมพูจะเกิดแล้ว เรากลับพบว่า Icon ที่โดนเด่นไม่แพ้กัน คือ Princess Leia แห่ง Star Wars ที่ Carrie Fisher เป็นผู้รับบทไว้และเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อปลายปี 2559 

สาเหตุที่ Princess Leia กลายเป็น icon ก็คงเพราะเหตุการณ์ไม่ต่างจากเรื่องราวใน Star Wars ของกลุ่มกบฏที่ต่อต้านกลุ่มสหพันธรัฐ Princess Leia เลย มีทั้ง artwork สวยๆ พร้อมคำเก๋ หรือเอาไปตัดต่อกราฟฟิคใหม่กับสัญลักษณ์ผู้หญิงต่างๆ หรือเวอร์ชั่น Cosplay มาเป็นตัวเลยก็มี เริ่ดขึ้นมาอีกนิดก็คงเป็นภาพนี้ Jabba the Hut and The Princess และแน่นอนก๊อปปี้กินใจสุดของผู้ชุมนุม คงไม่พ้น - A woman’s place is in the RESISTANCE.



และ Women's March ยังไม่จบเท่านี้ พวกเขายังมี Campaign '10 Actions for the First 100 Days' อีกด้วย รอดูกันยาวๆ 
There’s still HOPE. 

#NoDAPL 

หลายคนคงเคยได้ยินข่าว Shailene Woodley นักแสดงสาวโดนจับเพราะไปร่วมประท้วงอะไรสักอย่าง ซึ่งก็คือโครงการก่อสร้างท่อส่งน้ำมันดิบเนี่ยแหละ มีความยาวกว่า 1,886 km จากรัฐ South Dakota ไปยัง Iowa ที่มีมาสักพักแล้ว และเกิดปัญหาขัดแย้งเนื่องมาจากพาดผ่านเขตพื้นที่สงวนของชาวอินเดียนแดงที่ Standing Rocks ซึ่งต้องมีการเวนคืนกันตามปกติ 
ข้อดีของรูปแบบท่อที่ทางบริษัทนายทุนเปิดเผยสามารถหาอ่านได้ทั่วไป แต่ทางชาวอินเดียนแดงในพื้นที่ต่อต้านอ้างว่าท่อส่งน้ำมันคุกคามแหล่งน้ำกินน้ำใช้ ก็เกิดปัญหาปะทะกันใหญ่โตไปเมื่อกลางปี 2559 สุดท้ายโปรเจคนี้ก็ถูกรัฐบาลสั่งพัก และให้ทบทวนผลกระทบสิ่งแวดล้อม ก่อนจะหาเส้นทางวางท่อใหม่ 
เมื่อทรัมป์ได้ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี เขาก็ได้ลงนามคำสั่งอนุมัติ KeystoneXL Pipeline และ Dakota Access Pipeline เรียกว่าแทบจะทันที เป็นโปรเจคต์ต้นๆ เลย และแน่นอนว่าทรัมป์ต้องการเร่งการก่อสร้างให้เสร็จเร็วขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย #NoDAPL เลยกลับมาอีกครั้งพร้อมพ่วง #NoKXL 

#HR-7 

เมื่อวันอังคาร เพียง 2-3 วันที่ผ่านมา HR-7 คือพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการต่อต้านทำแท้ง (Anti-abortion Bill) หรือ HR 586 Personhood Bill ที่ว่าด้วยเรื่องท้อง เรื่องทำแท้ง เช่นเดียวกัน ซึ่งพวกนี้มีผลต่อเนื่องมาจากการยกเลิก Obama Healthcare ทำให้เมื่อกฎหมายพวกนี้ออกมา health care ของกลุ่มคนที่ท้องหรือทำแท้งจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล 


#NoBanNoWall 

และถัดมาอีกเพียง 1-2 วัน นโยบายชูโรงของทรัมป์อย่าง The Wall กำแพงกั้นเขตแดนระหว่างสหรัฐฯ กับ เม็กซิโก ความยาวประมาณ 1,933 miles ที่พาดผ่าน California, Arizona, New Mexico, Texas ก็เป็นรูปร่างอย่างจริงจังเมื่อทรัมป์ได้ลงนามในโครงการนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

ซึ่งนอกจากงบประมาณมหาศาลที่ต้องลงทุนไปแล้ว ทรัมป์บอกว่ารัฐของเราจะสำรองจ่ายล่วงหน้าไปก่อน และทรัมป์จะเรียกเก็บจากเม็กซิโก 100% ฝั่งเม็กซิโกทราบข่าวก็เตรียม wars เต็มที่
กำแพงระหว่างสหรัฐฯ - เม็กซิโก ที่มีอยู่ก่อนแล้วในบางเขตพื้นที่
เท่านั้นไม่พอยังมีแผนที่ห้ามผู้เดินทางมุสลิมต่างชาติ หรือตะวันออกกลางเข้าประเทศ รวมถึงยกเว้นขึ้นการทะเบียนทะเบียนผู้ลี้ภัย และบริหารจัดการเมือง Sanctuary City เมืองที่ไม่มีนโยบายดำเนินคดีกับผู้อพยพที่ไม่มีเอกสารตรวจคนเข้าเมืองเสียใหม่ เรียกว่าโครงการ The Wall และนโยบายใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นนั้น กระทบกับบุคคลที่ไม่ใช่อเมริกันและผู้อพยพไปเต็มๆ 

แม้กระทั่งใน Women’s March ได้มีการขึ้นปราศรัยถึงกรณีนโยบาย Wall ไว้ โดยตัวแม่สัญลักษณ์ของเฟมินิสต์ Gloria Steinem ทิ้ง quote เด็ดๆ ให้เป็นที่จดจำ 

I was just talking to people from our many sister marches, including the one in Berlin, and they asked me to send a special message: ‘We in Berlin know that walls don’t work,’

เอาเป็นว่าหนทางข้างหน้ากับรัฐบาลสหรัฐฯ ในยุคสมัยแห่งทรัมป์ ยังอีกยาวไกล คงมีอะไรให้ติดตามได้อีกเยอะ และตอนนี้ก็ได้มีเว็บไซต์ Track Trump ที่ออกมาติดตาม กึ่งตรวจสอบทรัมป์กลายๆ ว่านโยบายต่างๆ ที่เขาหาเสียงเอาไว้ จะทำได้สำเร็จแค่ไหน เราคนนอก แต่ก็มีสิทธิ์ได้รับผลกระทบก็ปูเสื่อรอดูกันไป


- KJ reported 

No comments:

Post a Comment