ปราสาททรายในสายฝน : ปราสาทที่ไม่ได้มีแค่ทราย (ธิโมส์#4) - ดวงตะวัน - KJ's E V E R Y T H I N G

KJ's   E V E R Y T H I N G

A place where I collect the pieces of my memory.

Latest

Home Top Ad

Wednesday, October 26, 2016

ปราสาททรายในสายฝน : ปราสาทที่ไม่ได้มีแค่ทราย (ธิโมส์#4) - ดวงตะวัน

ปราสาททรายในสายฝน, ดวงตะวัน (เล่มที่ 4 ในชุดธิโมส์)



ในชุดธิโมส์ของดวงตะวันนั้น เริ่มต้นมาจากการเรื่องราวบนพื้นฐานของการเมือง การปกครอง ประเทศชาติ ธิโมส์จึงเกิดขึ้น เป็นการจำลอง สร้างประเทศหนึ่งขึ้นมา โดยดวงตะวันไม่ใช่แค่สร้างเมืองขึ้นมาลอยๆ มีพระนางอยู่ประเทศนี้ ทำงาน รักกัน จบ... ดวงตะวันสร้างทั้งกฎหมาย ภาษา ศาสนา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของประเทศนี้ขึ้นใหม่ทั้งหมด

ปราสาททรายในสายฝน จึงเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการเล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของธิโมส์ในเล่มถัดๆ ที่จะพาด่ำดิ่งย้อนไปหลายสิบหรือร้อยปี เคยมีคนกล่าวทำนองว่า 'เราต้องเรียนรู้อดีต เพื่อที่จะพัฒนาปัจจุบัน' ปราสาททรายเลยพาเราเรียนรู้อดีตของธิโมส์ผ่านสายตาของคนปัจจุบัน ที่มีทั้งดี เลว หลากหลายความคิดความต่าง

เรื่องราวหลักดำเนินเรื่องโดยนางเอก 'ตรีดามาส' นักโบราณคดี ที่จำต้องมาขุดค้นปราสาททราย โบราณสถานชื่อดังที่ทุกคนเชื่อว่ามีศพของบุคคลสำคัญ หรือโบราณวัตถุสำคัญ แต่ประเด็นคือมันเป็นพื้นที่บ้านของพระเอก 'บีแบลค' และดันเป็นเมืองที่ทุกคนขนานนามว่า 'เมืองเถื่อน' - เมืองที่ถูกปกครองด้วยวิธีการพิเศษ เช่นเดียวกับเมืองอื่นๆ ในเล่ม 1-3 ที่ต่างก็มีการปกครองในเอกลักษณ์พิเศษของตนเอง

เรื่องนี้ถูกดองเอาไว้นานมากๆ แม้จะตัดสินใจซื้อด้วยความที่ชอบเรื่องประวัติศาสตร์ แต่พอได้เริ่มอ่านไปถึงเพียง 5 บท ก็ติดหนึบ อ่านเพลินไปครึ่งเล่มโดยไม่รู้ตัว ทั้งหลงรักคาแรคเตอร์น่ารักๆ ของตรีดามาส และบีแบลค ในขณะเดียวกันก็มีเรื่องราวการเมืองเข้ามาให้ลุ้น ว่าใครคือผู้ร้ายตัวจริงๆ ในเมืองเถื่อนแบบนี้ ที่คนนอกมองแล้ว ทุกคนก็ดูเป็นมาเฟีย เป็นคนเลว เป็นผู้ร้ายกันทั้งนั้น บวกกับเรื่องราวลึกลับของประวัติศาสตร์เมืองธิโมส์ ที่ดวงตะวันค่อยเผยออกมาอย่างแยบยลและสนุกมากๆ ก่อนจะปิดท้ายแบบให้ลุ้นในเล่มต่อไป (ผีเสื้อลายตะวัน)

เรียกว่าเป็นหนังสือไม่กี่เล่มที่ทำให้ติดขนาดนี้ และชอบมากๆ เพราะก่อนจะอ่านเล่มนี้ เรารับรู้ถึง 3 เล่มก่อนหน้า ว่าสนุก และคมคาย แต่เราอ่านแล้วไม่ติดเท่าไหร่ จนกระทั่งมาอ่านเล่มนี้ ที่ประเทศธิโมส์เริ่มเป็นรูปร่างมากขึ้น เพราะเล่าครบทั้ง 4 หัวเมืองหลักของประเทศ แล้วยังเติมความน่าเชื่อถือด้วยประวัติศาสตร์การกำเนิดประเทศเข้าไปอีก เลยยิ่งชอบหนังสือชุดนี้ ถึงกับกลับไปอ่านเล่ม 1-3 อีกรอบเพื่อให้เข้าใจเรื่องราวมากขึ้น และสนุกขึ้น และเรื่องอย่างปมทางการเมืองในเล่มนี้ก็ไม่หนักจนเกินไป และรู้สึกเป็นเรื่องที่ไม่เชย การเมือง ความขัดแย้งที่เป็นความจริงอยู่เสมอ พอมาสอดแทรกด้วยความหวานแหววของพระนางอยู่เป็นระยะ ก็เหมาะสำหรับคนไม่ชอบความตึงเครียด

หากอ่านเล่มนี้จบคงจะได้รู้ซึ้งถึงคำว่า 'ปราสาททราย' กับมุมมองของชาวธิโมส์ ชาวเมืองโอจาได้เป็นอย่างดี 'กีระดารา' ภาษาที่ดวงตะวันสร้างขึ้นมาใหม่ ได้สวยงามและเล่นคำเป็นความหมายได้หลากหลาย อย่างเช่น 'ความรัก' , 
บางครั้งปราสาทก็ไม่ได้มีแค่ทราย และไม่ได้สร้างจากอิฐจนเป็นรูปร่างใหญ่โต, บางครั้งบางสิ่งก็อยู่ใกล้เราจนเรามองไม่เห็น และไม่รู้สึกถึงมัน จนกว่าเราจะเปิดรับและมองในมุมของแต่ละคน 
พออ่านเล่มนี้จบ ถึงกับต้องรีบหาเล่มต่อไป ผีเสื้อลายตะวัน มาอ่านด้วยความอยากรู้ถึงประวัติศาสตร์ที่แท้จริง เรียกว่า เรื่องนี้คุ้มค่าที่จะเริ่มต้นลองอ่านนิยายชุด เสียอย่างเดียว ตอนนี้ชุดนี้ออกมาเยอะมากจนตามอ่านแทบไม่ทันแล้ว

No comments:

Post a Comment