Talk with Myself - Chapter 1 : Dreams - KJ's E V E R Y T H I N G

KJ's   E V E R Y T H I N G

A place where I collect the pieces of my memory.

Latest

Home Top Ad

Saturday, September 10, 2016

Talk with Myself - Chapter 1 : Dreams

คนเราต้องมีความฝัน

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เจออะไรหลายๆ อย่างในชีวิต คนเรามักหลงลืมความฝันไป บางก็เก็บใส่กรุ เพราะยังไม่ถึงเวลา ยังทำให้มันเป็นจริงไม่ได้ หรืออะไรมาเบียดบังให้ยังไปไม่ถึงความฝัน 

หรือบางคนก็ทิ้งความฝัน เพราะฝันมันช่างดูสวยงาม แต่ก็ดูเพ้อเกินจะเป็นความเป็นจริงได้ไปพร้อมๆ กัน



ฉันเคยมีฝัน ... หลายอย่าง

และฉันก็ได้ทิ้งความฝันเรี่ยราดไปตามทางที่ผ่านมา


ฉันอ่านสเตตัสพี่ และเพื่อนหลายๆ คน ต่างบอกว่าจดบันทึกช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตเอาไว้ แล้วกลับมาอ่าน มันคงจะเป็นความทรงจำที่สำคัญช่วงหนึ่งมากๆ อาจจะได้อะไร หรืออาจจะไม่ได้อะไรจากมัน แต่มันจะมีคุณค่าทางความทรงจำมากทีเดียว 

...

ช่วงเวลา 24 เกือบ 25 ปี ในวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 
ณ S&P สาขา RCA ระหว่างรอพี่ตู่ ภพธรมาซ้อมเต้น
ซึ่งตรงกับวันเกิดปิ่น และวันเกิดพี่แจ๊ค (พี่ที่ออฟฟิศ) 


ฉันวาดความฝันตัวเองเป็น สามเหลี่ยมแบบเดียวกับ Marslow's (ป่ะวะ?) ซึ่งตอนนี้ความฝันฉันมันมีแค่ฐาน 2 ชั้น ฉันยังไม่สามารถเขียนจุดสูงสุดได้ว่าฉันอยากทำอะไร อยากมีอะไร ที่จะเติมเต็มจุดสูงสุดของสามเหลี่ยมได้

ฉันได้อะไรหลายอย่างมาง่ายๆ ตั้งแต่เด็ก

ฉันไม่เคยดิ้นรน กรีดร้องอยากได้ของ ...ที่จริงก็เคย
แต่พ่อแม่ไม่ซื้อให้ ก็ไม่เป็นไร แล้วพ่อแม่ก็ซื้ออย่างอื่นให้แทน
ตอนเด็ก ฉันมีครบทุกอย่าง ทั้งของเล่น ของกิน หรือแม้แต่คอมพิวเตอร์ หนังสือ เทคโนโลยีที่เด็กหลายคนยังเข้าไม่ถึง ฉันมี จนตอนนี้...ฉันรู้สึกว่าฉันไม่ขาดอะไร จนฉันไม่ต้องการอะไร และฉันไม่รู้ว่าจะอะไรจะเติมเต็มฉัน

แต่ฉันยังคงมีอะไรหลายสิ่งที่อยากทำ , แต่ก็ไม่รู้หรอกนะ ว่ามันจะเติมเต็มฉันรึเปล่า


1. CAREER

"Co-Producer & Creative of Concert and Event"

ฉันเคยคิดเล่นๆ ว่าทำอีเวนท์คงสนุกดี แต่ไม่เคยคิดจริงจัง
ทุกครั้งที่เรียนฟิล์มก็คิดมาตลอดว่าจะเดินทางมาสายโฆษณา ทีวี หนัง ละคร 
หรือบางทีก็อยากไปทำหนังสือมากกว่าด้วยซ้ำ

ฉันชอบดูโชว์ ดูคอนเสิร์ต เคยอยากทำ ฝันสนุกๆ แล้วก็หลงลืมมันไป


แล้ววันนี้ ฉันมาทำงานตรงจุดนี้ได้ 1 ปี 6 เดือน


ฉันสัมผัสดารา ตัวตน เบื้องหลังคอนเสิร์ตได้มากยิ่งกว่าที่คิดไว้ ที่วาดฝันไว้ตอนเด็กว่าอยากกระทบไหล่ดารา 

ถามว่าแฮปปี้ไหม .....งานแฮปปี้ ได้คิด ได้ทำ แม้สิ่งที่คิดออกมาในฐานะ Creative ยังไม่ได้ดีอย่างที่จินตนาการและคาดหวัง แต่มันก็ไม่แย่สักที่เดียว มันมีปัจจัยอะไรหลายอย่างมากที่มันทำไม่ให้สมบูรณ์ ทั้งความรู้ของฉันเอง และเงื่อนไขของลูกค้าที่มีเสมอมา 

แต่ฉันยังคงไม่ชอบพบปะผู้คน พูดคุยดีลงานต่างๆ จนรู้สึกว่า ยังไงฉันก็ทำ Produce ที่ดีไม่ค่อยได้ แต่หวังว่าวันหนึ่งจะได้ 

1 ปี 6 เดือน ฉันพบเจอผู้คนที่หลากหลาย บางคนมีความต้องการมาก และต้องการเดี๋ยวนี้
มันทำให้ฉันเรียนรู้ที่จะทรีทคนต่างกันไป ...นี่แหละมั้ง เหตุผลที่คนเปลี่ยน คนเราสามารถหน้าไหว้หลังหลอก หน้ามือเป็นฝ่าเท้าได้ เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ

วันนี้ฉันยังโอเค ...แต่ใจหนึ่งฉันก็อยากลองออกไปสัมผัสโลกการทำงานด้านอื่นๆ 

นิตยสารเขาทำงานจะสนุกไหมนะ 
AE เวลาดีลลูกค้าเขาจะเป็นยังไงนะ
Buyer / Merchandiser เขาจะคิดงาน ทำงานยังไงนะ
Fashion Show Event Organizer จะเจอชุดสวย แต่ทำงานกับคนเหวี่ยงๆ ไหมนะ

ฉันยังฝัน.


2. FAMILY

ฉันว่าฉันผ่านช่วงเวลาพีคๆ มารอบหนึ่งแล้ว

แม่ทะเลาะกับพ่อ จนมีแววจะเลิกรา
พ่อล้ม เส้นเลือดในสมองแตก ต้องผ่าตัด ความรู้สึกเฉียดตายมากที่สุด
พ่อเครียดมาก จนกลัวว่าพ่อจะทำอะไรรุนแรงกับตัวเอง
แม้กระทั่งปู่ย่าตายาย ก็เดินทางมาถึงจุดที่ฉันคิดว่ามันรุนแรงต่อจิตใจมาก จนตอนนี้อยู่ในระดับ 'ไม่คุยกัน'

ตอนนี้ ครอบครัวฉันพูดไม่ได้ว่าสมบูรณ์พร้อม
แต่ฉันว่ามันก็มีความสุขตามมาตรฐาน 
อาจจะไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน แต่...มันก็มีความสุขบางอย่างมาชดเชย

ตอนนี้ก็คงหวังให้พ่อแม่มีความสุข พานางไปเที่ยวเยอะ

ฉันก็ฝันแค่นี้แหละ.


3. RELATIONSHIP

คนเราต่างก็ฝันเรื่องความรัก ความสัมพันธ์ต่างกันตามสิ่งที่หล่อหลอมมา
ฉันน่ะเหรอ... Cinderella เลยล่ะ
ไม่ชายตาแม้แต่ Mermaid / Belle / หรือ Snowwhite

ฉันโตมากับ A Dream is A Wish Your Heart Makes เลย นางซินที่ทำงานหนัก รอนางฟ้ามาเสกของให้แล้วก็สมหวังในรัก เจ้าชายหนุ่มรูปงาม เพ้อแค่ไหน...ก็เหมือนจะรู้ตัวนะ แต่.

ฉันอาจจะรอนางฟ้าที่ยังมาไม่ถึงสักที

เคยเจอความสัมพันธ์ที่ดีมาก ดีจนลังเล ดีจนสม่ำเสมอเกินไป
เคยเห็นชื่อหนังสือหนังสือเล่มนึงไหม ว่าถ้ามันดีเป็นปกติจนไปเกินไป เราก็ควรถึงเวลาที่เปลี่ยนแปลง
ไม่ได้อ่านหรือหยิบมาตีความแบบผิดๆ นะ แต่ความสัมพันธ์ที่มันดี นิ่งจนเกินไป มันทำให้กลายเป็นความสัมพันธ์แบบที่สักวันหนึ่งเราจะลืมเลือนมันไป

ลองนึกถึงเหตุการร์ที่เราจะเอามาเล่า มาคุยกับเพื่อนสิ
มันต้องพีค มันต้องหวือหวา มันไม่เคยเรียบง่าย เราเลยจำมันได้
ถามว่าเราจำแต่ละวันที่ผ่านไปแบบเรื่อยๆ น่าเบื่อๆ ได้เหรอ ไม่เคยหรอก
แต่ลองนึกถึงวันที่โดนครูตี วันที่ทำผิด วันที่ไปเที่ยวแล้วหลงทางสิ
มันจะอาจจะเครียด ลำบาก พีคมากในวันนั้น แต่เมื่อมันกลายมาอยู่ในความทรงจำ...มันจะอยู่ไปตลอด

ความสัมพันธ์กับ 2 คนที่ผ่านมา มันสุขแบบเรื่อยๆ จนถึงวันที่ฉันลืมไปว่าฉันมีความสัมพันธ์อยู่ตรงนั้น จนฉันไม่สามารถก้าวความคิดเหล่านี้ และอยู่ด้วยกันไปจน Happily Ever After ได้

แต่ ณ วันนี้
ฉันกลับรู้สึกว่า โอเค เราขาดความสัมพันธ์แบบความรักไปสักพักใหญ่ บางทีเราก็อยากมี แต่เราไม่ได้โหยหาเลย เพราะมีเพื่อน ที่ซัพพอร์ตเราตลอดเวลา มีพ่อแม่ มีงานที่เรารัก(ในบางเวลา) ...ฉันเองก็ยังไม่รู้ความฝันด้านความรักฉันอยู่ที่ไหน - แต่งงาน มีลูก ก็ยังไม่ใช่ในตอนนี้

รู้สึกจริงๆ ว่าฝันนี้มันเติมเต็มจนไม่ได้ต้องการอะไร

ถ้าเธอจะมาก็มา.


ฉันเพิ่มเติมข้อความสำเร็จในวันที่ 10  September 2016
1 ปีให้หลัง ที่ความรู้สึก ความทรงจำ และความคิดคงจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

No comments:

Post a Comment