Me Before You, เมื่อฉันได้มาเจอเธอ (2016) - KJ's E V E R Y T H I N G

KJ's   E V E R Y T H I N G

A place where I collect the pieces of my memory.

Latest

Home Top Ad

Wednesday, June 1, 2016

Me Before You, เมื่อฉันได้มาเจอเธอ (2016)



หนังรักจากนิยายขายดีสู่จอเงินอีกเรื่อง ในช่วงเทรนด์ที่หนังรักโลกสวยกำลังมาแรง ซึ่งเรื่องราวก็ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ (หรือแปลกใหม่ แต่ Trailer ช่างเล่ามาทุกสิ่งแล้วจริงๆ) นางเอกตกงาน หางาน ทำงานดูแลพระเอกที่พิการ เมื่อทั้งสองเจอกัน เรียนรู้กัน ทั้งคู่มองโลกเปลี่ยนไป จาก Before ก้าวสู่ After ... ด้วยความคลิเช่ของพล็อต ความสนุกของเรื่องพวกนี้จึงตกมาอยู่ที่ 'ใครทำดีเทลได้น่ารัก น่าเอ็นดูกว่ากัน'

แวบแรกที่ดูหนังเรื่องนี้จบ เรานึกถึงหนังอีกเรื่องขึ้นมาทันที

หาก A Walk to Remember คือหนังรักโลกสวยของเด็กสาวยุค 2000
Me Before You ก็เหมาะจะเป็นหนังรักโลกสวยของวัยรุ่นยุคโซเชียล

เราอดเปรียบเทียบทั้ง 2 เรื่องไม่ได้ แต่เราไม่ได้บอกว่าใครดีกว่ากัน เพราะถ้ามองในแง่ความไม่มีอะไรของพล็อต ทั้งคู่เรื่อยๆ เปื่อยๆ เหมือนกันแต่ทั้งคู่ได้ความน่ารักของดีเทลมาพอสมควร 

ทั้งคู่เดินเรื่องด้วยการไม่ยอมรับของอีกฝ่าย ก่อนจะเรียนรู้กัน ทำกิจกรรมด้วยกัน แล้วก็หลงรักกัน แต่สุดท้ายอีกคนก็มีจุดหมายปลายทางของชีวิตแบบรอเรียกน้ำตาอยู่ ทีนี้ก็อยู่ที่ว่าใครจะเรียนรู้ ปรับตัว และเผชิญหน้ากับอนาคตได้มั่นคงกว่ากัน - ตัวเอกต่างเลือกจะทำ Bucket List ด้วยกัน ให้แฮปปี้ที่สุด ให้เต็มที่ที่สุด 

เราได้เห็นการเติบโตของตัวละครบ้าง แต่ก็มาหักล้างทิ้งทันทีที่พระเอกไม่เปลี่ยนใจ ก็เข้าใจถึงตัวละครพระเอกว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น แต่นั่นแหละ ข้อเสียของ Me Before You จึงเกิดทันทีว่า... 
ทำไมเราไม่ลุ้นเลยว่าพระเอกจะเปลี่ยนใจ หรือพระเอกจะรอดชีวิต แฮปปี้ตอนจบ (หรือผิดที่อ่านนิยายมาก่อนเอง)  เราแทบไม่ลุ้นตอนพระนางทะเลาะกันว่า ทำไมคุณยังยืนยันคำเดิม, ทำไมคุณไม่เปลี่ยนใจ, บลา บลา บลา ...ก็อินตามแหละ ร้องไห้ด้วยแหละ แต่มันควรลุ้นกว่านี้

นึกถึงตอนที่ดู A Walk (ขอโทษที่ต้องเปรียบเทียบอีกแล้ว) นางเอกป่วย พระเอกพยายามทำทุกอย่าง นี่ก็ลุ้นมาก ว่านางเอกจะตายก่อนทำสำเร็จไหม ลุ้นตอนจะได้แต่งงานจนจบไหม ต่อให้อ่านนิยายมาแล้ว เราก็ยังอินและลุ้นมาก 

โทนเรื่องของ A Walk to Remember ดูจะอบอุ่นกว่าหน่อย แต่ Me Before You ก็ตบเอาชนะด้วยโทนเรื่องขำขัน โลกสวยอย่างเต็มพลังด้วยรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะของนางเอก แต่...เนี่ยแหละ เรารู้สึกว่าคุณพี่เอมิลี่นั้นเยอะไป ด้วยความโลกสวยของนาง มันเลยเกิดความน่ารำคาญอยู่ในบางซีน

เรารักในความคิดของนางเอกที่ว่า ไม่เคยโกรธใคร ตัวละครเองก็ทำให้เราเชื่อว่านางคิดแบบนั้นมาตลอด แต่นั่นแหละ ด้วยความที่ดีเกินพิกัดขนาดนี้ มันทำให้น่ารำคาญขึ้นมาทันที ถ้าเล่นไม่โอเค

ด้านพระเอก พ่อหนุ่ม Sam นั้นดีเสมอต้นเสมอปลายมาตั้งแต่ Hunger Game, Love,Rosie แล้ว (ความซื่อตรงไม่มีอยู่ในโลกหรอก) ฉะนั้นต้องพูดอะไรอีกเหรอ ดีดีดี 3 ผ่าน 5 ดาว เอาไปเลย เคมีตอนเล่นกับนางเอกก็พอถูไถ ถ้าไม่ติดว่า บางซีนเอาอีกแล้ว รำกันไปถึงไหน...

แต่เราชอบซีนเต้นรำ มันน่ารัก มันดูเพลิน มันเอ็นจอยไปกับความแฮปปี้ของทั้งคู่ รวมถึงซีนที่ไปเที่ยว เราว่ามันก็กำลังพอดีนั่นแหละ ยกเว้นซีนเปิดตัวชุดแดง ต้องโทษ Trailer ที่ทำให้มันน่าเบื่อไป เพราะเจอโปรโมทบ่อยจนชิน แต่ซีนคุยกันในรถนั้นยังตราตรึงใจ ชอบไดอะล็อก (ซึ่งก็นึกถึงซีนแปะแทททูในรถของ A Walk to Remeber อีกนั่นแหละ ชอบไดอะล็อกเหมือนกันด้วย) 

พูดมาถึงตรงนี้  ยังไม่มีตรงไหนที่เกลียดมากๆ แต่ก็ยังไม่สามารถเรียกได้ว่า Bravo!!! ตราตรึง The Best Romantic ได้เต็มปากเต็มคำ แต่เราชอบเรื่องนี้มากกว่า The Faults in our Stars นะ เราชอบที่มันเบา หัวเราะ ดูเพลินมากกว่าเน้นฟูมฟาย ...เชื่อว่า ยังสามารถเอาเรื่องนี้มานั่งดูเพลินๆ ได้อีกหลายรอบเช่นเดียวกับ A Walk to Remember (ต่างจาก The Notebook ที่ดี ตราตรึง แต่มันฟูมฟายมากกว่า เราเลยไม่สามารถเอามานั่งดูเพลินๆ เรื่อยๆ บ่อยๆ ได้)
เลยมาเรื่อง Score / Soundtrack เรื่องนี้ถือว่าดี ด้วยความที่เอาเพลงที่ดี ฟังติดหูอยู่แล้วมาใส่ ก็เลือกมาไม่โดดเกินไป เรียกว่า Photograph (Ed Sheeran) / Not Today (Imagine Dragons) ทุกวันนี้ฟังแล้วนึกเรื่องนี้ขึ้นมาเลย แต่เราก็นึกถึง A Walk to Remember อีกนั่นแหละ ที่มีเพลง Original ของตัวเอง แล้วกลายเป็นตัวตายตัวแทนของหนังไปเลยอย่าง Only Hope / Cry

ส่วนด้านภาพ ด้าน Production อื่นๆ ก็อยู่ในระดับโอเค มาตรฐาน อยากแวะไปเที่ยวอังกฤษเลยทีเดียว
Pembroke High Street, ที่เดียวกับที่ถ่าย Harry Potter Deathly Hollow
รวมแล้ว นับเป็นหนังรักดูเพลิน ขำเบาๆ (แต่รอบที่ดู คนอื่นขำหนักมาก) เชื่อว่าเอาไว้ปลอบชีวิต หลีกหนีเร้นกายจากหน้าที่การงานอันปวดหัว มาดูได้อีกหลายรอบ

ถ้าใครชอบมาก ติดใจ ลองไปตามอ่าน After You ช่วงชีวิตหลังวิลล์กันได้


No comments:

Post a Comment