Jurassic World - สนุกมาตรฐาน แต่ความโหยหาเติมเต็ม (2015) - KJ's E V E R Y T H I N G

KJ's   E V E R Y T H I N G

A place where I collect the pieces of my memory.

Latest

Home Top Ad

Monday, June 15, 2015

Jurassic World - สนุกมาตรฐาน แต่ความโหยหาเติมเต็ม (2015)


หลังดูจบ นี่รู้สึกจริงๆ ว่าต้องเขียน ไม่เขียนแล้วอกจะแตกตาย
ต้องบอกง่ายๆ เลยว่าเป็นสาวก Steven Speilberg คลั่งไคล้มาก ดูหนังเขาเยอะมาก
เป็นแฟนเดนตาย ถ้าทำงานถวายหัว ชนิดทิ้งลูกผัวมาทำงาน ก็ต้องทำกับคนนี้
ฉะนั้น Bias แน่นอนรีวิวนี้ .... แต่พูดสั้นๆ ยกความลำเอียงออกไป

Jurassic World คือหนังที่ไดโนเสาร์ไม่ได้ตะลึง พรึ้งเพริศอีกแล้ว
เพราะคนเห็นมันจนช้ำ แฉะแหมะ น่าเบื่อไปแล้ว ซีจีจะไม่มีผลต่อความสนุกเลย
ดังนั้น มันจึงเป็นหนังแอดชั่น แอดเวนเจอร์ดาดดื่นเรื่องนึง ที่....

"ไม่แย่" ความสนุกรวมๆ ยังทำตามมาตรฐานหนังแอคชั่นทั่วไป บทไม่ได้ประเสริฐขนาดชิงชัยออสการ์ได้ แต่วิธีการเล่าเรื่องยังคงดีงามตามฉบับ แต่สุดท้ายก็ไม่ "impact" "impressive" "impossible" เท่าเดิม
เพราะรู้แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น พล็อตตัวละครตามขนบเป๊ะ ลำดับการสร้างปม ไปสู่ climax ตามแพทเทิร์น เพียงแต่ทำมาได้กลมกล่อมพอสมควร คนเลยเอ็นจอย สนุกไปได้ โดยเฉพาะเด็กๆ และผู้ใหญ่ทั่วๆไป

เอาล่ะ .... มาพูดถึงรีวิว ver. แบบ Bias สุดฤทธิ์กันดีกว่า

หนัง***อะไรจะคารวะอดีตได้ดีขนาดนี้ คือถ้าดู 1 - 2 - 3 มาจนจะท่องบทได้
และชอบ Jurassic Park มากๆ sensitive มากๆ น้ำตาปริ่มแน่ๆ

ความดีงาม (แต่ไม่ทั้งหมดหรอกนะ) เริ่มจาก...



(Spoil Alert!!! แต่เอาจริง ก็ไม่ต้องกลัวสปอยล์ขนาดนั้น 

โลกนี้มันจะหักมุม แปลกใจอะไรได้อีก ถ้าดูหนังมาเยอะแล้ว)


1. ตึ้อ ตือ ตึ้อ ตือ ตื่อ. ตึ้อ ตือ ตึ้อ ตือ ตื่อ.

Score ที่ปริ่มจะร้องไห้ตั้งแต่ Trailer คือคิดถึง Score นี้มาก แม้ว่าแฟรนไชส์ส่วนใหญ่จะมี Score ที่เหมือนเดิมตลอด แต่นี่คือ Score ที่เราโตมากับมัน คือโน้ตขึ้นสามตัว คือรู้ทันที แล้วทุกครั้งที่มันมีสกอร์นี้ มันจะมีความทรงจำของภาพประทับใจในภาคแรกขึ้นมาทุกครั้ง ทั้งซีนเปิดตัวไดโนเสาร์ และซีนปิดบนเหนือน่านน้ำ


2. ซีนที่กี่ครั้งก็ประทับใจ

ตอนซีนเปิดภาคแรก ที่เห็นไอ้คอยาว (เอาจริง ถึงเป็นแฟนเดนตาย ก็จำชื่อพันธุ์ไดโนเสาร์ไม่ได้หรอกนะ) ดร.แกรนท์จับหัวนางเอกหันไปดู เห็นทุ่งหญ้าฟูนุ่ม กับไดโนเสาร์ มันคือสุดยอดแห่งซีนในความทรงจำแล้ว นี่แหละที่ใช่! ที่อยากเห็นยิ่งกว่าโครงกระดูกใหญ่ยักษ์

พอมาถึงภาคล่าสุด ซีนเด็กน้อยวิ่งไปเรื่อยๆ ตื่นเต้น คือดีไหมมันก็ดี แต่สกอร์มันบิ้วมานานจนเริ่มจะเดาทางได้ ไม่ตื่นเต้นเท่าภาคแรก เพราะคิดว่าเหย ยังไงต้องเจอภาพ wide ตะลึงพรึ้งเพริศแบบเดิม แต่ชอบที่เปิดประตูห้องนอนแล้ว ไม่ใช่แบบเดิมอีกแล้ว... มันคือสวนสนุก มันไม่ใช่ Park - Real Park มันคือความเจริญ วิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่เราอยากเห็นภาคแรกแบบสมบูรณ์ เปิดให้บริการ และในที่สุด เราก็ได้เห็นมันสมบูรณ์
(ความคิดเขามาเหนือชั้นกว่าที่คิดไว้จริงๆ เพราะคิดว่าจะไม่ตื่นเต้น ก็ตื่นเต้นกับ Park ในอีกแบบหนึ่ง)

กับซีนปิดบนผืนน้ำ ในภาคแรก มันคือแฮปปี้เอ็นดิ้งที่ครอบครั๊ว...ครอบครัว แม้ว่าครั้งนี้มันปิดเรื่องเป็น Love Story ไปหน่อย เจอ Silhouette อีก นี่นึกว่าหนัง Aliens แบบ Close Encounters of the Third Kind แต่ก็ยังจบด้วยอะไรที่เหมือนเดิมคือ...


3. T-rex พระเอกเสมอมา

รู้สึกรักใน T-rex เสมอ เพราะถูกยกย่องเชิดชู ด้วยฉากที่มันเป็นพระเอ๊ก พระเอกของเรื่อง ซึ่งคาดเดาไว้แล้วล่ะ ตั้งแต่ตัวนางเอกพูดว่า ฟันเยอะ ว่าแล้วว่าต้องมุขนี้ แต่เฮ้ย ไม่ว่าอีกกี่ครั้ง T-rex เท่ห์เสมอ
ต่อให้แรปเตอร์จะแดกซีนในเรื่องนี้ ย้อนแยงว่านางเป็นตัวร้าย สุดท้ายกลายเป็นตัวดีมากแค่ไหน
หรือถูกแดกซีนด้วยอีตัวแดกฉลามที่อยู่ในน้ำ ก็ไม่มีใครสู้ที-เร็กซ์ได้จริงๆ เกือบจะร้องไห้ตอนเห็นทีเร็กซ์ล้ม นี่จะให้นางตายจริงๆ เหรอ สุดท้ายก็ลุกขึ้นแบบไม่มีปี่ขลุ่ย

4. หุ่นโมเดลที่จับต้องได้

แม้จะเคยไปเรียน Animation เพราะความหลงไหล CG แต่ก็ค้นพบว่า สิ่งที่เรามีความสุขมากกว่า คือเห็นของจริง ลูบคลำได้ มัน Real ความรู้สึกอารมณ์มันมา (แต่ตลกซีนที่เห็นคอยาวตาย แล้วไปลูบคลำ ร้องไห้นะ คือซึ้ง แต่มึงบิ้วท์ทำไม ใช่เรื่องหราาาา) ภาคแรกทุกครั้งที่เห็นไดโนเสาร์อยู่ใกล้ๆ มีมิติ มีความเป็นตัว เป็นชิ้นเป็นอัน มันตื่นเต้น ต่อให้ซีจี ดีเหมือนจริงแค่ไหน ก็ไม่อิมแพคกับเราเท่าหุ่นจริงๆ นะ

พาลนึกถึง Buffy the Vampire Slayer ที่เป็นหนังเก่า ซีจีไม่พัฒนามาก แล้วยังเป็นซีรี่ส์ทีวีไม่มีงบอีก
แต่ปีศาจแบบหุ่นยาง หน้ากากยางอาจจะดูตลก แต่รู้สึกว่ามันจับต้องได้ มีชีวิต เตะจริง ต่อยจริง ไม่ใช่ชีจีปลอมๆ หลอกๆ เตะไม่โดนอ่ะ (นอกเรื่องสุด)


5. ซีน แก๊ก หรือแอคชั่นบางอย่าง 


รู้สึกมันคัลท์ไปเลยก็ได้นะ หรือจะมองว่ามันเหี้ยก็ได้จากบทแปลกๆ บางช่วง แต่มันมีวิธีการเล่าที่ดีมากๆ
ซีนนางเอกถกเสื้อ หรือวิ่งแล้วยังใส่ส้นสูง ซีนของตัวดัดแปลงพันธุกรรมในหลายๆซีน
หรือแอคชั่นของพระเอก คือชอบ นี่ลำเอียงนะ รู้จักคริส แพลทท์ มาตั้งแต่ยังเป็นตัวประกอบโปกฮา
และยังติดภาพนั้นอยู่ แต่พอมาเล่น ตอนแรกก็คิดว่าจะติดภาพ ตั้งแต่สมัย Guardians of the Galaxy แล้ว แต่พอออกมาแล้ว บางซีนรู้สึกเลยว่า เอ้อ มันใช่ มันคือลุคเดียวกับสมัยภาค 1 ภาพจำมาก บุคลิกทุกตัวละครคือแทนที่กันหมด แต่ภาคแรกดูแอคติ้งออกมาได้ดีกว่าภาคนี้นะ

6. Dr. Wu / John Hammond / สถาบันเก่าที่ถูกทิ้งร้าง / อำพัน / DNA / ฟักออกจากไข่ / ฯลฯ

คือมาได้แบบ อืม ฟูลฟิล เรสเปคในระดับหนึ่ง Dr. Wu ที่จากดูซื่อๆ ก็มีการเติบโตขึ้น แต่แบบมึงก็โตแบดไปไหม โตมาเป็นสีดำด้านๆ แบบเห็นชัดไปรึเปล่า แต่เอาเถอะ กลับมาก็ปริ่มและ แต่คนอื่นกลับมาด้วยจะปริ่มกว่า ... ส่วนชิ้นส่วนรำลึกอื่นๆ คือโอเค ดีงามแล้ว


7. สปีลเบิร์กรักเด็ก

แม้ตัวละครจะมีจำนวนตามแพทเทิร์นเดิมเป๊ะ มีตัวฉลาด ตัวโกง ตัวหน้าโง่ มีเด็กแก่นๆ ที่สร้างเรื่อง แต่รู้สึกว่าสปีลเบิร์กเป็นคนที่เล่าเรื่องเด็กเติบโต เติมเต็มความฝันให้เด็กได้เก่ง และดีมากๆ ทุกครั้ง เชื่อว่าเขาคงมีปมกับเด็กมามาก เคยอ่านว่าสปีลเบิร์กอยากสร้างหนังที่ให้ลูกดูได้ 

จึงรักคุณพ่อมดแห่งฮอลลีวูดมากเหมือนกัน ที่มีส่วนเติมเต็มความฝันของตัวเองอยู่ไม่น้อย และบทของเด็กทุกครั้ง แม้จะมีความน่าหมั่นไส้เล็กๆ ตั้งแต่สมัยอีเด็กผู้หญิงแก่นๆ ตอนภาค 1 แต่สุดท้ายก็จะมีซีนที่ทำให้รักเด็กเหล่านี้อยู่ดี ...ซึ่งภาคนี้ดีหน่อยที่เด็กแก่นๆ ดันเป็นผู้ชายหน้าตาดี ฉะนั้น เครนะ จบนะ หมั่นไส้ได้ไม่ถึง 15 นาทีหรอก


8. 'ฉันทำพาร์ค เพื่อให้เห็นว่าคนเล็กจ้อยแค่ไหน'

ตอนคนสร้างพาร์ค บอกว่าไม่ได้ทำพาร์คเพื่อเงิน หรือตอบสนองความสนุก แต่ให้คนตระหนักถึงบางอย่าง ว่าเราไม่ได้ใหญ่สุดในโลก เราแค่เศษเสี้ยว แต่ก็ย้อนแยงเล็กๆ ที่ว่าเราก็ยังต้องควบคุมสิ่งเหล่านั้นอยู่ในกรงอยู่ดี หรือแม้แต่พยายามฝึกให้มันอยู่ใต้อำนาจเรา แต่สุดท้าย...Life finds a way แต่ด้วยวิธีการบอกเล่าออกมาแบบโต้งไปหน่อย เลยรู้สึกว่ามันไม่มีน้ำหนักพอให้อึ้ง

แต่พอนึกย้อนไปฉาก Life finds a way ในภาคแรก ด้วยคำพูดตอนแรกมันเหมือนไม่อิมแพค แต่พอเจอซีนมีไข่ในป่า มันตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง หรือ motto หลายๆ อย่าง ในภาค 1 มันทำให้เห็นภาพได้อิมแพคกว่ามาก

แต่สุดท้าย ก็รักนะ Jurassic World โลกไดโนเสาร์ในฝันของฉัน.

No comments:

Post a Comment