Obsessing with Stars ละครดีจะพาดาราดัง - KJ's E V E R Y T H I N G

KJ's   E V E R Y T H I N G

A place where I collect the pieces of my memory.

Latest

Home Top Ad

Sunday, December 21, 2014

Obsessing with Stars ละครดีจะพาดาราดัง

Stars ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึง ดาว 

Stars หมายถึง ดารา 
มี s ก็คือ ดารา หลายคน ...

ฉันเติบโตมากับการกลับจากรร.อนุบาล ถึงบ้านบ่าย 3 ก็จะเจอ ย่า ที่เปิดทีวีตลอดเวลา ตกเย็นทานข้าวกับครอบครัว ก็จะมีทีวีเปิดไว้ให้พูดคุยถึง และวิพากย์วิจารณ์ไปด้วย ก่อนนอนก็จะมีพ่อกับแม่ที่เปิดทีวียามดึกให้ดูต่อ ก่อนจะหลับไป และตลอดเวลาของยุคนั้น ก็มักจะเป็นละครตอนบ่ายสาม ละครเย็นก่อนข่าวภาคค่ำ และละครภาคค่ำหลังข่าว ซึ่งตลอดเวลา ฉันจะได้ดูตลอดไม่เคยพลาด ส่วนตอนข่าวน่ะเหรอ เวลาอาบน้ำไง, อาบน้ำเสร็จ ได้ดูอีกทีก็ท้ายๆ ข่าวในพระราชสำนัก และข่าวบันเทิงแล้วล่ะ 

ดังนั้น ถ้าพูดว่าละครมีอิทธิพลกับฉันตั้งแต่อนุบาลยันโต ก็คงไม่ผิด 
และถ้าพูดว่า ละครจะส่งดาราดัง มีชื่อเสียง ดาราจึงมีอิทธิพลกับฉัน ก็ไม่คงไม่ผิดอีกเช่นกัน ...


ฉันโตมาในยุค...
สุวนันท์ - ศรรามกำลังบูมกับดาวพระศุกร์ / ผยอง / สายโลหิต 
น้ำผึ้ง - ตั้ว ศรัณยู คือทองกวาว กับไอ้คล้าวในดวงใจ ที่ต้องตามซื้อเทปเก็บไว้ 
นุ๊ก สุทธิดา - เต๋า สมชาย คือเจ้าของละครเพลงในดวงใจ เกาะสวาทหาดสวรรค์ (ที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าชอบพี่เต๋าไปได้ยังไง) 
นัท มีเรีย - หนุ่ม ศรราม ในดั่งดวงหฤทัย ที่ใครได้ดู พอมาเวอร์ชั่นดูเวียร์ ขวัญ ต้องก่นด่าแน่ๆ 
กบ - บรู๊ค 
นุ่น - เขตต์ 
น้ำฝน - บี๋ สวิช 
เอ๊ะ - เอกรัตน์ 
กัปตัน - ปิ่น 
เอมม่า - พีท

            บรรดาคู่จิ้นที่เมื่อก่อนฉันรู้ประวัติสาธยายได้ถึงรากเหง้า ความเป็นมาของคู่จิ้น เรื่องย่อละครแต่ละเรื่อง ...ติ่งไหมล่ะ?... 

ถ้าพูดถึงความเป็นติ่งหู ในยุคนั้นฉันก็คงเป็นติ่งหูรุนแรงมากกว่าตอนนี้ (ติ่งหูจริงๆ ด้วยนะ ตามตอนผมติ่งหูเลย) เพียงแต่โซเชียล และการเข้าถึงชีวิตส่วนตัวยังไม่รุนแรงเท่านี้ ฉันเคยตามไปถึงกองถ่าย ตามไปสตูดิโอถ่ายทำรายการ ตามไปขอลายเซ็น ตามไปถ่ายรูปคู่ (ที่ทั้งหมดนั้น ไม่รู้ตอนนี้อยู่ไหนบ้างแล้ว) 

เคยคิดอยากเขียนรีวิวละครเหมือนกัน เพราะให้เทียบ หรือต่อให้ไม่เทียบ ฉันสามารถวนดู ดั่งดวงหฤทัยเวอร์ชั่นนัท หนุ่ม ได้อีก 20 รอบไม่เบื่อ แต่ทนดูละครปัจจุบันได้ไม่กี่ตอน ก็ต้องยอมแพ้ หรือแม้แต่แรงเงาที่เขาว่าสนุก เวอร์ชั่นใหม่ ก็ยั่งสู้เวอร์ชั่นแอน เคนไม่ได้ , ทำไมละครเนื้อถึงพัฒนากว่านี้ไม่ได้ หรือแค่ทำให้มันสนุกเท่าเมื่อก่อนก็ยังดี 

            ถ้าพูดถึงละครใหม่ที่สุด ที่วนดูหลายๆ รอบได้ ก็คงจะเป็น จำเลยรัก เวอร์ชั่น แอฟ อั้ม / สูตรเสน่หา / วายุภัคมนตรา ...นอกนั้น ทนดูได้แค่รอบเดียว 

และแน่นอนการจะเกิดคู่ขวัญ คู่จิ้นได้ ย่อมต้องผ่านการแสดงที่ดี เคมีที่เข้า และที่สำคัญที่สุดบทละครที่ดีพอที่จะทำให้คนชอบดู และจิ้นเหล่าคู่พระนางจนดัง

เมื่อโตขึ้น ชีวิตเข้าหาดาราไทยได้ง่ายขึ้น จับต้องได้มากขึ้น เข้าถึงง่าย จนไม่รู้สึกยกย่อง เชิดชูเป็นไอดอล เหมือนเดิม เลยเริ่มรู้สึกโหยหาดาราที่เป็นดาราจริงๆ มากขึ้น บวกกระแสต่างประเทศเข้ามาอิทธิพลมากขึ้น ฉันจึงได้วนเวียนติ่งไปจนครบ 4 สมรภูมิหลักของการติ่งเอเชีย รวมถึงแวะเวียนไปติ่งยุโรปบ้าง อเมริกาบ้าง และได้พบเอกลักษณ์ของละครในแต่ละภูมิภาค ที่เรียกว่าถ่ายทอดความเป็นชนชาตินั้นๆ ได้เลย แล้วถ้าใครฉลาดก็คงจะดึงมาเป็นจุดขายได้ด้วย ไม่ต่างจากเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทย ประเพณีไทยอย่างที่ไทยพยายามขายประเทศตัวเอง 


ไต้หวัน 


คือแหล่งกำเนิดแรกของติ่งต่างชาติ...  
จากกระแสฟีเวอร์ แบบเว่อร์ๆ อย่าง F4 รักใสใสหัวใจสี่ดวง ฉันยังคงแวะเวียนตามไปเรื่อยจากละคร สู่ดารา สู่นักร้อง It Started with a Kiss / Hana Kimi / Devil Besides You คือละครอันดับต้นๆ ต่อจาก F4 ที่ติ่ง ซึ่งก็ถือเป็นยุคของ SHE Fahrenheit รุ่นน้องๆ F4 แล้ว ฉันหายจากไต้หวันไปเป็นพักๆ เพราะงานภาษาจีนช่างยากเย็นที่จะหามาดู และกลับไปอีกครั้ง ก็เป็นรุ่นใหม่อีกรุ่นของวงการไต้หวันแล้ว 

และไต้หวันเนี่ยแหละ... ที่รู้สึกว่ารสนิยมช่างใกล้เคียงกับไทย ละครแนวเดียวกัน คาแรคเตอร์ตัวละครเหมือนกันหมด ทำให้ดูแล้วถูกดาราครอบงำได้ไม่ยาก เพราะคาแรคเตอร์ช่างน่ารัก ใสใส เต็มไปด้วยฉากกุ๊กกิ๊ก ดาราที่แสดงเป็นมนุษย์ปุถุชนแบบไทยๆ น้ำเน่าๆ เต็มไปหมด หลังจากไต้หวันมาปักธงที่ไทยได้สำเร็จ 

มีอีกประเทศที่เป็นกลุ่มเล็กๆ มาเนิ่นนาน แต่ก็ใหญ่พอที่จะมีคอนเสิร์ตในไทย แล้วคนแห่ไปซื้อบัตร หลังเงียบหายจากคนหมู่มาก เพราะไต้หวันเข้าครอบงำ ดินแดนอาทิตย์อุทัยก็ฉายแสงอีกครั้งเมื่อละครมาฉายอยู่ช่อง 7 



ญี่ปุ่น 


คือประเทศที่มีความจำเพาะเจาะจงเอาเสียมากๆ 
ไม่ใช่แค่ละคร ที่มีความเอกลักษณ์ จนยากจะหาคนเข้าใจ และชอบได้ง่ายๆ 
แต่ความจำเพาะแม้แต่หน้าตาดารา คาแรคเตอร์ดารา ศิลปินนักร้อง ที่ดูจะเฉพาะไปเสียหมด แต่การเข้ามาตีตลาด ก็ทำให้ฉันชอบวงอย่าง NEWS / Arashi ได้ไม่ยาก จากการดูละครของพวกเขา จากละครที่สร้างคาแรคเตอร์พระเอกหล่อๆ เท่ๆ แบบในการ์ตูนญี่ปุ่นขึ้นมา ความเป็นดาราระดับสูงจากคาแรคเตอร์สุภาพบุรุษในฝัน หรือแม้แต่แบดบอยในฝัน (ที่ทำห้าว พอเจอคนรักจริงก็ทำตัวงุ้งงิ้ง) ที่ยากยิ่งจะจับต้อง ความเป็นติ่งญี่ปุ่นก็บังเกิด ตั้งแต่ครั้งสมัย Gokusen 

แม้หลายครั้งจะเริ่มเข้าไม่ถึงญี่ปุ๊นนนน ญี่ปุ่นนนน แต่...หลายครั้งก็ต้องแวะเวียนมาเสพย์ความเป็นเอกลักษณ์ของดารา ละคร หรือแม้แต่เพลงของชาตินี้ 



เกาหลี 


คือประเทศที่จงใจขายละคร ละครขายดารา แล้วตามไปด้วยขายประเทศ 
ซึ่งการวางแผนอย่างดีทำให้สำเร็จไม่ยาก โดยเริ่มจากละครที่หลากหลาย พร้อมจะเอาใจคนทุกวัย สอดแทรกเข้าไปกับจุดขาย manmade คือไม่มี แต่ไม่ยอม เลยบ้าสร้างขึ้นเอง ทั้งวิวสวยๆ ผ่านกล้อง hd สวยๆ (ที่พิสูจน์ความก้าวล้ำเทคโนโลยีที่พยายามพัฒนาเพื่อเอาชนะทางจิตใจ และทางวัตถุกับประเทศข้างเคียง) ทั้งอาหารเอย แล้วแบบนี้ จะทำให้ไม่เป็นติ่งได้ยังไง 

ละครเกาหลีไม่ได้ต่างจากละครไทย หรือละครไต้หวันมากนั้น แต่ความพยายามทำให้ดี เกาหลีเลยจับความดีที่จะเอาใจคนได้ง่ายๆ ไม่เฉพาะเจาะจงเกินไป ความดีงามในการผลิต ละครเกาหลีเลยเป็นละครง่ายๆ (หมายความว่า เข้าถึงได้ทุกเพศวัยแบบไทย และไต้หวัน) ที่คุณภาพดี และมีความหลากหลายในอาชีพแบบญี่ปุ่น และมีการแสดงที่ลึกล้ำเกือบๆ เท่าการแสดงภาพยนตร์ ดาราเกาหลีจึงขายฝีมือมากกว่าหน้าตา 


แต่ใช่ว่าหน้าตาไม่ดี เพราะถ้าคาแรคเตอร์ดี ก็ส่งให้ดาราดัง แม้จะไม่ได้หล่อกินใจ แต่ดาราคนั้นจะดูหล่อทันทีที่เล่นบทนี้ และเกิดติ่งดาราได้มากอย่างไม่น่าเชื่อ จนสามารถมี Fan Meeting แบบศิลปินนักร้องได้ แม้ดาราคนนั้นจะร้องเพลงไม่เป็นมา มาโชว์ก็ไม่ได้โชว์สกิลอะไรมากมาย แค่โชว์หน้าหล่อๆ สวยๆ คาแรคเตอร์น่ารัก ก็โกยเงินค่าบัตรแฟนมีทไปอื้อซ่า (แม้ว่าการแฟนมีทแบบไทยๆ เมื่อก่อน ที่ฉันไปปาร์ตี้กับกบ สุวนันท์ช่วงสงกรานต์ ก็ฟรี เสียเงินนิดหน่อย หรือมีตติ้งกับเชียร์ก็ยิ่งใหญ่เว่อร์วังในด้านสถานที่และมีเครื่องเสียง โดยที่ไม่เสียเงินสักกะบาท แต่ปัจจุบันการแฟนมีทก็กลายเป็นเม็ดเงินได้) 

หากพูดการตีตลาด เกาหลีคงฉลาดที่เลือกเดินตามแผนการตลาด อย่างการเอา Goong เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชามาถ่ายที่ไทย การโปรโมทมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีจุดขายไทยในไทย และง่ายขึ้นเมื่อกระแสเพลงก็เข้ามาพร้อมพี่เรน Full House จึงดังโป๊ะแตกได้ไม่ยาก ต่อจาก Goong ที่เนื้อเรื่องสนุกอยู่แล้ว บวกมี Eun Hye ที่ยังเป็นนักร้องอยู่ พอคนดูสาวไปถึงเพลง เจอ Rain บูมไปอีก ก็สาวกลับมาละครอีก เลยพากันบูมไปยกใหญ่ ถ้าเทียบจากตอนนั้น ดาราเกาหลีก็เปลี่ยนรุ่นบูมไม่เยอะ เพียงแค่ 2 รุ่นใหญ่ๆ เพราะตัวใหญ่ๆ หลายคนในวงการก็ยังเล่นเป็นพระเอกได้อยู่ เพียงแค่เข้าคาแรคเตอร์เป็นพอ ไม่เหมือนไทย ที่รุ่นดาราน่าจะเปลี่ยนไปสัก 4-5 รุ่นได้แล้วมั้ง 

ละครไม่ใช่แค่ความสนุกเพียงผ่าน แต่หากทำให้ดี จับจุดตลาดได้ ละครแทบจะกลายเป็นสินค้าที่ส่งออกวัฒนธรรมได้อย่างแยบยล และทำเม็ดเงินให้ในทุกๆ ด้านอย่างมหาศาล เพียงแต่ต้องบริหารให้เป็นเท่านั้นเอง

No comments:

Post a Comment